2022

สรุป “5 ประเด็นสำคัญ” กับ 1 สัปดาห์ ฟุตบอลโลก “กาตาร์ 2022”

0 0
0 0
Read Time:4 Minute, 52 Second

ผ่านพ้นไปแล้ว 1 สัปดาห์ กับมหกรรมฟุตบอลโลก “กาตาร์ 2022” แข้งทองครบ 32 ทีม ต่างลงสนามประเดิมนัดแรกครบถ้วนกันไปเรียบร้อย และนี่คือ บทสรุป 5 สำคัญที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แรก

ทีมเอเชีย ช็อกโลก

หากไม่นับความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของ กาตาร์ เจ้าภาพที่ประเดิมศึกนัดแรกในฟุตบอลโลก โดน เอกวาดอร์ สอนเชิงแบบสู้ไม่ได้ ไม่สมกับเจ้าภาพและการคาดหวังจากกองเชียร์ รวมถึงการแพ้ของ อิหร่าน ที่โดน สิงโตคำราม อังกฤษ กระทุ้งไป 6 ประตู

แต่ปรากฏการช็อกโลกของ ซาอุดีอาระเบีย และ ญี่ปุ่น คือเรื่องที่กล่าวถึงกันไม่สิ้นสุด เพราะชัยชนะที่มีเหนือทีมแชมป์โลก ถือว่าไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

ที่สำคัญเป็นชัยชนะที่เป็นผู้ตามและยิงแซงคว้าชัย

“ลิโอเนล เมสซี่” กองหน้าทีมชาติ อาร์เจนติน่า สตาร์อันดับหนึ่งของโลก ผู้เบิกประตูแรกจากจุดโทษ เปิดปากยอมรับความปราชัยว่าไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น

แม้ในหัวใจต้องปวดร้าว กับการลงเล่น ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้าย พร้อมทั้งแสดงความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์โลกครั้งแรก หลังจากไม่ได้เข้าใกล้ จากการร่วมฟาดแข้งสี่ครั้งที่ผ่านมา แต่ “อาร์เจนติน่า” กลับต้องมาพ่ายแพ้ในรอบ 3 ปี

ในขณะที่ “ซามูไรบูลส์” ญี่ปุ่น ไล่บดแซงชนะ “อินทรีเหล็ก” เยอรมี ทีมแชมป์โลก 4 สมัย พ่ายแพ้อย่างราบคาบ

เป็นการตอกย้ำ ผลงานช็อกโลกของทีมจาก เอเชีย หลังจาก เกาหลีเหนือ เคยสร้างชื่อไว้เมื่อ 50 ปีก่อน ในฟุตบอลโลก 1966 ประเทศอังกฤษ โดยการล้ม “อัสซูรี่” อิตาลี 1-0 และเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ดราม่า “ดูริเกอร์” เหยียด

ในเกมแรกของ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แผงหลังร่างยักษ์ “อันโตนิโอ รูดิเกอร์” แนวรับ เรอัล มาดริด ทำท่าวิ่งยกขาสูงคล้ายล้อเลียนผู้เล่นญี่ปุ่น ขณะทีมนำอยู่ 1-0

จากจังหวะนั้น “ทาคุมะ อาซาโนะ” พยายามไล่แย่งบอล แต่ “รูดิเกอร์” ที่อยู่ใกล้กว่าพยายามขวางและทำท่าวิ่งยกขาราวกับม้า ประหนึ่งว่าแข้งขาสั้นไม่มีทางไล่ทัน

จบเกม เยอรมนี พ่ายแพ้ ญี่ปุ่น นอกเหนือจากความพ่ายแพ้ของทีมอินทรีเหล็ก “อันโตนิโอ รูดิเกอร์” ยังถูกตำหนิถึงพฤติกรรมนั้น

“ดิดี้ ฮามันน์” อดีตจอมทัพทีมชาติเยอรมนี ออกมาตำหนิรุนแรง ระบุ “รูดิเกอร์” กำลังดูแคลนคู่แข่ง มันไม่มืออาชีพแต่เป็นความจองหอง

ฟอร์มร้ายที่กลับมาของ “สิงโตคำราม”

ยอมรับว่าขวัญใจทีมหาชนโดยเฉพาะแฟนในเมืองไทย ต้องยกให้ “สิงโตคำราม” อังกฤษ

ก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้น “แกเร็ธ เซ้าธ์เกต” และลูกทีมโดนถล่มอย่างหนัก เพราะพากันฟอร์มตกและผลงานด่ำดิ่งลงเหว

โดยศึกสุดท้ายในฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ไม่ชนะเลยใน 5 นัดหลัง ทำให้ร่วงตกรอบ โดยเฉพาะในเกมแพ้ ฮังการี คาบ้านถึง 0-4 แม้จะพอจะเรียกศรัทธาคืนมาได้จากการเสมอ เยอรมนี ในบ้าน 3-3 แต่ก็ไม่ทำให้แฟนมั่นใจในฟอร์มมากนัก

กระทั่งมาเบิกฤกษ์ระเบิดฟอร์มในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ด้วยการยิงถล่ม อิหร่าน 6-2 จัดเป็นฟอร์มที่เข้าตา แม้อ่าจจะมองว่าคู่แข่งไม่แกร่งมากนัก แต่จากชัยชนะยิง 6 ประตูในเกมเดียว ของ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ทำให้แฟนได้ชื่นใจ

แม้ไม่สามารถทำลายสถิติชนะเยอะสุด 6-1 ในเกมพบ ปานามา ในฟุตบอลโลก 2018 แต่การยิง 6 ประตู นาทีนี้ถือว่ามีความหมายเป็นอย่างยิ่ง

พร้อมกับการแจ้งเกิดของ “จู๊ด เบลลิงแฮม” แข้งวัยทีนเอจจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมชั้นนำจากเยอรมนีที่ขึ้นโหม่งเบิกประตูแรกให้กับทีม

สเปน “กระทิงดุ” ของจริง

ชัยชนะของ กระทิงดุ สเปน ที่มีเหนือ คอสตาริกา 7-0 ถือเป็นชัยชนะที่ห่างกันมากที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้ และเป็นชัยชนะที่ห่างสุดของทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของ สเปน

โดยสถิติก่อนหน้าคือการเอาชนะ บัลแกเรีย 6-1 ในฟุตบอลโลก 1998

ไม่ใช่แค่การยิงเยอะ แต่เป็นจังหวะการเข้าทำ รูปแบบการเล่น “ติกิ ตาก้า” มาพร้อมกับการแจ้งเกิดของ “กาบี” มิดฟิลด์อนาคตไกลของบาร์เซโลน่า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดลำดับที่ 3 ที่ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

1 ประตูสุดสวยที่ทำได้ ส่งผลให้แข้งวัย 18 ปี 110 วัน กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูในศึกฟุตบอลโลกได้

ต่อจากตำนานบราซิล เปเล่ ที่เคยทำได้ในวัย 17 ปี 249 วัน ในนัดชิงชนะเลิศกับ สวีเดน เมื่อปี 1958 และ มานูเอล โรซาส ของ เม็กซิโก ในปี 1930 เกมเจอ อาร์เจนติน่า ด้วยวัย 18 ปี 93 วัน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างประวัติศาสตร์

หลังสร้างชื่อเป็นมนุษย์คนแรกของโลก ที่มีผู้ติดตามใน อินสตาแกรม มากถึง 500 ล้านบัญชี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูปเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส ที่กลายเป็นอดีตของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ก็สร้างประวัติศาสตร์ได้ในฟุตบอลโลก เป็นผู้เล่นคนแรกของโลกที่สามารถทำประตูได้มากสุด 5 สมัย ในการลงฟาดแข้งรอบสุดท้าย เวิลด์คัพ

จากเกมเบิกประตูแรกให้โปรตุเกส จากลูกจุดโทษ ส่งผลทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้ 5 สมัยติดต่อกัน นับจากปี 2006, 2010, 2014, 2018 และ ล่าสุดปี 2022

ถือเป็นสถิติที่ทำได้ยากยิ่ง แม้แต่ตำนานโลกอย่าง เปล่ หรือ มาราโดน่า ก็ไม่สามารถทำได้

ทั้งหมดนี้คือ 5 ประเด็นสำคัญ หลังจบศึกฟุตบอลโลก “กาตาร์ 2022” สัปดาห์แรกของการแข่งขัน พร้อมกับการลงสนามครบทั้ง 32 ทีม

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *